ข้าวไรซ์เบอรี่


ที่มาข้าวไรซ์เบอรี่

 

ข้าวไรซ์เบอรี่ เป็นข้าวพันธุ์ใหม่ของประเทศไทยพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับกรมการข้าว

  • เกิดจากการผสมระหว่าง
    • ข้าวหอมนิล (สีม่วงเข้ม สารต้านอนุมูลอิสระสูง)
    • ข้าวหอมมะลิ 105 (ความหอม นุ่ม)
  • เริ่มเผยแพร่เชิงพาณิชย์ประมาณปีพ.ศ. 2548
  • เป็นข้าวเพื่อสุขภาพ (Functional Food)
  • ได้รับความนิยมสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

พื้นที่เหมาะสมในการเพาะปลูกในประเทศไทย

 

พื้นที่เพาะปลูก

ข้าวไรซ์เบอรี่เหมาะกับพื้นที่นาชลประทานและนาน้ำฝน พื้นที่เหมาะสมการเพาะปลูกมีหลายจังหวัดดังนี้

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ยโสธร สุรินทร์ ร้อยเอ็ด
  • ภาคกลาง: สุพรรณบุรี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต

  • ดินร่วน ดินร่วนปนดินเหนียว
  • น้ำเพียงพอ ไม่ท่วมขังนาน
  • อุณหภูมิ 25–35°C
  • นิยมปลูกแบบเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มมูลค่า

 

 

ขั้นตอนการเพาะปลูกข้าวไรซ์เบอรี่

 

การเตรียมดินเพาะปลูก

    • ไถพรวน 2 ครั้ง
    • ปรับระดับนา

เริ่มต้นเพาะกล้า

    • แช่เมล็ดพันธุ์ 24 ชม.
    • บ่ม 1 คืน
    • เพาะกล้า 20–25 วัน

ดำนาเป็นการที่เหมาะสมมากกว่านาหว่านหรือนาโยน

    • ระยะปลูก 25×25 ซม.
    • ต้นแข็งแรง ลดโรค

ดูแลรักษา

    • ใส่ปุ๋ยอินทรีย์
    • ควบคุมน้ำสม่ำเสมอ
    • หลีกเลี่ยงสารเคมี

เก็บเกี่ยว

    • อายุ 120–130 วัน
    • เก็บเมื่อเมล็ดสุก 90%

 

วิธีหุงข้าวไรซ์เบอรี่ให้อร่อย

 

วิธีหุงมาตรฐาน

  • ซาวน้ำเบา ๆ 1–2 ครั้ง
  • อัตราส่วนน้ำ : ข้าว 1.7–2 : 1
  • แช่ข้าวก่อนหุง 20–30 นาที
  • หุงด้วยหม้อหุงข้าว หรือหม้อแรงดัน

>> เคล็ดลับ : ผสมข้าวไรซ์เบอรี่กับข้าวหอมมะลิ (50:50) จะได้รสนุ่มขึ้น เหมาะกับทุกวัย <<

 

คุณประโยชน์และสารอาหาร

 

สารอาหารเด่น

  • แอนโทไซยานิน (Anthocyanin)
  • เบต้าแคโรทีน
  • วิตามิน B1, B2, B3
  • ธาตุเหล็ก
  • สังกะสี
  • ใยอาหารสูง
  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI)

ประโยชน์ต่อร่างกาย

  • ชะลอวัย
  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยระบบขับถ่าย
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

 

ข้าวไรซ์เบอรี่เหมาะกับผู้ป่วยอะไรบ้าง

 

เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ
  • ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
  • ผู้ควบคุมน้ำหนัก
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้พักฟื้นหลังผ่าตัด
  • เด็กและวัยทำงานที่ต้องการอาหารสุขภาพ

 หมายเหตุ : ผู้ป่วยโรคไตควรจำกัดปริมาณและปรึกษาแพทย์

 

คำแนะนำการเก็บรักษา

 

  • ควรเก็บในภาชนะปิดสนิท หลีกเลี่ยงแสงและความชื้น
  • ควรบริโภคภายใน 3–6 เดือน หลังเปิดถุง
Visitors: 494